เคยคิดมั้ยว่าในหนึ่งวันทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมบางคนดูเหมือนมีเวลาทำทุกอย่าง ทั้งทำงาน เที่ยว ออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัว แถมยังดูไม่เครียด ไม่รีบเร่ง ต่างจากเราที่ทำงานหัวฟูทุกวันแต่ก็ยังรู้สึกเวลาไม่พอ คำตอบอยู่ที่ “วิธีคิด” และ “วิธีใช้ทรัพยากร” นี่แหละ เพราะบางคนเลือกใช้ “เงิน” เพื่อซื้อ “เวลา” กลับมาใช้ให้คุ้มค่า ในขณะที่อีกหลายคนกลับยอมเสียเวลา เพื่อหาเงิน โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่หายไปแล้ว…มันเอาคืนไม่ได้
บทความนี้เลยอยากชวนทุกคนมาคิดใหม่ว่า เงินไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่ “เวลา” ต่างหากที่เราควรให้ค่ามากกว่า เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ต่อให้รวยแค่ไหนก็ซื้อกลับมาไม่ได้ แต่เราสามารถใช้เงินให้ฉลาด เพื่อเอาเวลาคืนมากขึ้น และใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้จริง ๆ
เวลา = ชีวิต ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนปฏิทิน
เวลาที่เราใช้ไปในแต่ละวัน ไม่ได้แค่หมายถึงชั่วโมงนาทีที่ผ่านไป แต่มันคือ “ชีวิต” ที่เรากำลังแลกอยู่ เช่น ถ้าเราใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อวันไปกับงานที่ไม่ได้รัก แถมยังไม่มีเวลาให้ตัวเอง นั่นคือเรากำลังใช้ชีวิตเพื่อสร้างรายได้ให้คนอื่น แต่ตัวเองกลับไม่ได้อะไรที่เติมเต็มใจเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม ถ้าเราเริ่มรู้จักจัดการเวลา และใช้เงินอย่างชาญฉลาด เช่น จ้างคนช่วยงานบ้าน หรือใช้บริการที่ช่วยประหยัดเวลาได้ เราก็จะมีเวลามากขึ้นไปทำสิ่งที่สำคัญจริง ๆ อย่างออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ หรืออยู่กับครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละ ที่เติมเต็มชีวิตมากกว่าเงินในบัญชี
ซื้อเวลา = ไม่ใช่เปลืองเงิน แต่มันคือการลงทุน
หลายคนกลัวการใช้เงิน เพราะคิดว่า “ประหยัดไว้ก่อนดีที่สุด” ซึ่งไม่ผิดหรอก แต่ถ้าการประหยัดนั้นทำให้คุณต้องเสียเวลา เสียสุขภาพ และเสียโอกาสอื่น ๆ แบบนี้ก็ไม่คุ้ม เช่น ทำกับข้าวเองทุกมื้อเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ต้องเสียเวลาไปครึ่งวัน แถมเหนื่อยจนไม่มีแรงทำงานอื่นต่อ แบบนี้ถือว่าไม่คุ้มค่าการประหยัดเลย
แต่ถ้าเราคิดใหม่ว่า การใช้เงินซื้อเวลาคือการลงทุน เช่น สั่งอาหารเดลิเวอรี่ในวันที่งานยุ่ง จ้างคนช่วยงานที่เราไม่ถนัด หรือใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก แบบนี้เราจะมีพลังเหลือไปทำสิ่งที่มีคุณค่ากว่า และสร้างรายได้ที่มากขึ้นในระยะยาวด้วย
คนรวยไม่ได้ขยันกว่า แต่เขาใช้เวลาฉลาดกว่า
เวลาไม่เคยรอใคร แล้วเราจะรออะไร?
เวลาคือสิ่งเดียวที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ไม่ว่าเราจะเสียเงิน เสียโอกาส หรือเสียความรู้สึก สิ่งเหล่านั้นอาจหาทดแทนได้ แต่เวลา? ไม่มีทางซื้อคืนได้แน่นอน ถ้าเรายังใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือปล่อยให้วันทั้งวันผ่านไปแบบไม่มีเป้าหมาย วันหนึ่งเราจะรู้สึกเสียดายที่ไม่เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้
เราเคยเสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่มีค่าเยอะขนาดไหนแล้ว? แค่ไถมือถือทั้งวัน เล่นหวยบ้างแบบไร้เป้าหมาย หรือมัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งจนไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ทุกวินาทีที่เสียไป อย่าลืมว่าไม่มีวันได้มันกลับคืนมา
ทำยังไงให้เริ่ม ซื้อเวลา ได้ตั้งแต่วันนี้?
เริ่มจากการสังเกตชีวิตประจำวันของตัวเองก่อน ว่าอะไรคือสิ่งที่เราเสียเวลาไปโดยไม่จำเป็น เช่น ทำงานบ้านทั้งวัน เดินทางไกลเพื่อซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือทำงานซ้ำซากที่สามารถจ้างคนอื่นทำได้ ถ้ารู้แล้วว่ามีตรงไหนที่เปลืองเวลา ก็หาวิธี “ลดเวลา” ลง โดยใช้เงินในส่วนที่เหมาะสมช่วยแบ่งเบา
จากนั้นก็เอาเวลาที่ได้คืนมานั้นไปใช้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ไปเล่นเกมหรือไถมือถือเฉย ๆ แต่ลองเอาไปพัฒนาตัวเอง วางแผนงานใหม่ ๆ เรียนรู้สกิลเพิ่มเติม หรือใช้เวลากับคนที่คุณรักบ้าง แบบนี้คุณจะรู้เลยว่า แค่จัดการเวลาใหม่ ชีวิตคุณก็เปลี่ยนไปได้ทันที
แล้วแบบนี้จะมีเงินพอ ซื้อเวลา จากไหน?
ไม่ต้องเป็นเศรษฐีก็ซื้อเวลาได้ เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อน เช่น ใช้บริการส่งของ ซื้อกับข้าวง่าย ๆ จ้างพี่วินช่วยรับของ หรือใช้แอปจัดการตารางงานแบบอัตโนมัติ วิธีเหล่านี้ไม่ได้เปลืองเงินมากมาย แต่ช่วยลดความเครียดและประหยัดเวลาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
พอคุณเริ่มมีเวลามากขึ้น คุณก็จะเอาเวลานั้นไปต่อยอดหาเงิน หรือทำสิ่งที่สร้างรายได้ระยะยาวได้ เช่น ทำงานฟรีแลนซ์ เปิดช่องทางขายออนไลน์ หรือเรียนรู้อาชีพใหม่ ๆ แบบนี้ก็เท่ากับคุณ “ใช้เงินเพื่อซื้อเวลา และใช้เวลาเพื่อสร้างเงินที่ยั่งยืนกว่าเดิม” วงจรมันจะหมุนดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะ
สรุปส่งท้าย
ถ้าชีวิตคุณเหมือนกำลังวิ่งตามเวลาตลอดเวลา ลองหยุดคิดใหม่ว่า เราจะวิ่งแข่งกับมันไปทั้งชีวิต หรือจะหา “วิธีซื้อเวลา” เพื่อเดินนำมันแทน? ใช้เงินอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เพื่อความฟุ่มเฟือย แต่เพื่อสร้างพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจ ได้คิด ได้มีความสุข แบบที่คุณไม่ต้องรอวันหยุดถึงจะรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิต
เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว แต่แค่คุณเข้าใจว่า เวลามีค่ากว่าเงิน และกล้าที่จะใช้เงินเพื่อได้เวลาคืนมา ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้วจริง ๆ